++Thai VS American professors++

posted on 07 May 2014 06:38 by mineme in USA
ความแตกต่างของอาจารย์ไทยและอาจารย์อเมริกัน
อ้างอิงจากประสบการณ์ของตัวเองล้วน ๆ ขอเน้นว่าเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เคยเรียน
และเอกที่เคยเรียนเท่านั้นนะจ๊ะ อย่าเหมารวมเน้อ :)

1. ลักษณะการสอน
อาจารย์อเมริกัน: สอนเรื่อย ๆ สอนไปคุยไป บางครั้งเหมือนมานั่ง discuss กันมากกว่ามาเรียนด้วยซ้ำ
แล้วก็ชอบให้ถามและตอบคำถามของท่าน อาจารย์จะมีความสุขมากเวลานักศึกษาถามคำถามและตอบคำถาม
จะผิดถูกไม่ว่ากัน ชอบให้ตอบให้ถามเยอะๆๆๆ

อาจารย์ไทย: อัดข้อมูลไปเรื่อย ๆ พยายามสอนนักศึกษาเยอะ ๆ ให้ความรู้เยอะ ๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลาย ๆ ท่านไม่ชอบให้ถามคำถาม อาจจะเพราะกลัวสอนไม่ทันหรืออะไรก็ไม่ทราบได้

2. วิธีการอธิบายเนื้อหา
อาจารย์อเมริกัน: ก่อนเริ่มสอนในแต่ละคาบ อาจารย์จะบอกว่าวันนี้จะสอนอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง
บางท่านก็แจก outline มาเลยว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง อาจารย์แต่ละคนมีสไตล์การสอนที่แตกต่างกันก็จริง
แต่เท่าที่สังเกต ส่วนใหญ่จะอธิบายแบบเส้นตรง จาก 1 ไป 2 ต่อด้วย 3 พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
แต่ข้อเสียคือบางทีพูดไปเรื่อย ๆ เกินไป อธิบายเยอะมากจนงง สับสน ไม่ค่อยตรงประเด็น
เหมือนเน้นตัวอย่างให้นักศึกษาเข้าใจมากกว่าอธิบายเป็นคำพูด

อาจารย์ไทย: อ้างอิงจากข้อหนึ่ง คืออัดข้อมูลเต็มที่ แต่รู้สึกว่าอาจารย์ไทยจะพูดจาตรงประเด็นมากกว่า
คือ พูดเข้าประเด็นเลย จบ จากนั้นเปลี่ยนเป็นหัวข้ออื่นไปเลย
ข้อเสียคือถ้าไม่ตั้งใจเรียน ง่วง หลับ ๆ ตื่น ๆ ฟังไม่ทันเมื่อไร ก็หลุดได้ง่าย ๆ

3. วิธีให้ feedback นักศึกษา
อาจารย์อเมริกัน: จะถนอมน้ำใจนักศึกษามากกกกกกก บางทีมากไปจนไม่รู้ว่าต้องแก้อะไร
จะชอบพูดประมาณว่า "ก็ถูกนะแต่...." "จริง  ๆ ที่ยูเขียนมาก็ใช่แหละ" "อาจารย์ชอบไอเดียนี้นะ" บลาๆๆ
อ้าว สรุปว่าทำไมผิด สรุปว่าผิดหรือถูก ตกลงต้องแก้รึไม่ต้องแก้ แล้วแก้ยังไง งงค่า 555555

อาจารย์ไทย: เปเปอร์จะแดงเถือกมาเลยค่ะ แก้กระจาย คอมเม้นท์กันแบบถึงพริกสุด ๆ
แต่กลับชอบแบบนี้นะ เพราะเวลาทำงานส่ง เราเค้นสมองที่สุดแล้ว นั่นคือเปเปอร์ที่ดีที่สุดที่ทำได้แล้ว
ดังนั้นอยากได้คอมเม้นท์ตรง ๆ ผิดถูกอะไรยังไง ทำไม แก้ยังไง บอกมาเลยดีกว่า

สรุป อาจารย์จากทั้งสองประเทศมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันมาก ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันไป
หน้าที่ของนักศึกษาคือต้องเข้าใจธรรมชาติอาจารย์และปรับตัวให้ได้
ถ้าเรารู้ว่าอาจารย์อยากให้นักศึกษาทำอะไร เป็นแบบไหน โอกาสที่เราจะได้คะแนนสูงก็มากขึ้น
บางครั้งตั้งใจเรียน ขยันเรียนอย่างเดียวไม่พอ เราต้องรู้จักคนที่ให้คะแนนเราอย่างถ่องแท้ด้วย
เหมือนเวลาทำธุรกิจก็ต้องรู้จักลูกค้าให้ดีก่อนนั่นแล!
 
06 May 2014