++Good Bye 2014 Welcome 2015++

posted on 03 Jan 2015 03:51 by mineme in Diary

ยังอิงกระแสปีใหม่อยู่ งั้นลองมาคิดทบทวนว่าปี 2014 ที่ผ่านมาได้เรียนรู้อะไรบ้างดีกว่า 

1.Skills

1.1 Prezi: โปรแกรมเด็ดสำหรับ Presentation ตอนแรกก็งง ๆ แต่ตอนนี้ใช้คล่องพอตัวแล้วล่ะ

1.2 Dropbox: โปรแกรมนี้เห็นชาวบ้านเค้าใช้กันมานาน เพิ่งได้มีโอกาสใช้เองก็ปีนี้นี่แหละ เก็บไฟล์งานได้เยอะสะใจมาก

1.3 Charts: ส่วนใหญ่ที่เรียนก็จะเป็นโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งเรียนหลายโปรแกรมมาก ๆ น่าจะเกิน 10 โปรแกรม เช่น Gliffy, CaCoo, Mind42, Mockflow และ Lucidchart ทำให้เขียนเป็นหมดทุก Charts ในสากลโลก Flowcharts, Sitemaps, Wireframes และอื่น ๆ อีกแปดล้านอย่าง ถ้าทำเป็นเร็วกว่านี้ ชีวิตคงดีกว่านี้เยอะ

1.4 Typing: ที่ผ่านมาพิมพ์สัมผัสได้เฉพาะภาษาไทย ตอนนี้พิมพ์ภาษาอังกฤษได้แล้ว แต่รู้สึกว่าพิมพ์ช้ามาก จริง ๆ ก็ไม่ช้าหรอก แต่พิมพ์ภาษาไทยเร็วสุด ๆ เลยรู้สึกว่าช้า อีกสักพักคงพิมพ์เร็วขึ้นเนอะ

 

2. Mobile Applications

2.1 Memrise: App ฝึกภาษาสุดเจ๋ง เล่นแล้วเพลินมาก ช่วยเรื่องคำศัพท์ได้เยอะเลย

2.2 Schedule Planner: ปกติแพลนต่าง ๆ จะอยู่ในไฟล์ Excel ซึ่งมันก็ง่ายดี แต่ไม่สะดวกเท่ามีในมือถือ

2.3 Smart Budget: ชอบมากกกกกกกก App แรกในชีวิตที่เสียเงินซื้อ Full Version สวย สะอาดตา ใช้งานง่าย :)

2.4 Ookbee: App สำหรับอ่านๆๆๆ และ อ่าน อยากอ่านอะไรก็จัดไป มีให้เลือกอ่านเยอะมาก ทั้งฟรีและเสียตัง เด็ดสุดแล้วเว็บนี้

 

3. Books: อ่านเยอะมาก แต่ขอกล่าวถึงเฉพาะเล่มเด็ด ๆ แล้วกันเน้อ

3.1 The Cultural Code: สุดยอดหนังสือแห่งปี เปิดโลกทัศน์มาก ๆ อ่านแล้วได้เรียนรู้สิ่งที่ซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนชาติอื่น ๆ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับการซื้อสินค้าของแต่ละชาติ นักการตลาดและนักจิตวิทยา ห้ามพลาด! 55555555555

3.2 Media Literacy: Keys to Interpreting Media Messages: เล่มนี้ก็สนุกดี มี case study ให้อ่านเยอะมาก บางอย่างก็อยู่ในชีวิตประจำวันจนไม่ได้คิด ไม่ได้สังเกตเลยว่าสื่อเหล่านั้นส่งผลกับความคิดเรามากแค่ไหน

3.3 Law of Public Communication (9th Edition) เล่มนี้จะว่าเด็ดก็ไม่เชิง ต้องใช้คำว่า"ลืมไม่ลง"มากกว่า อ่านยากมาก ทรหดมาก ไม่เคยอ่านหนังสือเล่มไหนแล้วเปิดดิคบ่อยขนาดนี้ แต่ก็ทำให้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้ (และไม่อยากรู้) มากขึ้นนะ

3.4 ตั้งเป้าให้เร้าใจ: หนึ่งใน audio book ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษีที่ส่งผลมหาศาลต่อชีวิต ไม่รู้จะบรรยายยังไง สุดยอดของสุดยอดจริง ๆ เอาเป็นว่าปีหน้ารู้กัน ฮ่าาาาาาาาาาา (เลือกอันนี้มาเพราะมันโดนใจที่สุด แต่ audio book อื่น ๆ ก็เยี่ยมเหมือนกันนะ!)

 

4. Lifestyle

4.1 New York Trip: ทริปในฝันเลย คิดไว้นานแล้วว่าก่อนตายต้องไป NY ให้ได้ แหม่! พูดแล้วก็อยากไปอีกแฮะ XD

4.2 Exercise: ปีนี้เป็นปีที่ออกกำลังกายเยอะที่สุดในชีวิตเลย ไม่ใช่อะไรหรอกนะ อ้วนน่ะ! ฮ่าาาาาาาาาาา

4.3 Social Media: เล่นน้อยลงมาก ถึงมากที่สุด จนบางทีก็คิดอยากจะปิดไปซะ แต่สำหรับ Facebook นี่พิเศษหน่อย มีไว้เพื่ออ่านบทความตามเพจต่าง ๆ ส่วนดราม่า หรือ ข่าวต่าง ๆ ไม่ตามเลย ถ้ารู้ก็คือรู้จากสเตตัสเพื่อน ๆ นั่นแหละ ฮ่าาาาาาาาา

4.4 Self-Improvement: สืบเนื่องมาจากข้อ 4.3 เพจที่อ่านส่วนใหญ่เป็นเพจเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง การตลาด การศึกษา ได้ข้อมูลดี ๆ เด็ด ๆ และเปิดโลกทัศน์มาก ๆ คาดหวังว่าจะส่งผลต่อหน้าที่การงานในอนาคต อิอิ

 

5. Myself

 ปีนี้เป็นปีที่ให้เวลากับตัวเองเยอะมาก พยายามหาช่วงเวลาเงียบ ๆ ให้ตัวเองอยู่คนเดียว ได้คิด ได้ตกผลึกอะไร ๆ ต่าง ๆ ในชีวิต อาจจะเป็นเพราะมีปัญหาใหญ่ ๆ ให้จัดการเยอะด้วยล่ะนะ อีกเรื่องคือเรื่องการใช้เวลา ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วว่าไม่ชอบปาร์ตี้ทุกชนิด การออกไปข้างนอก = เปลืองเงิน+เปลืองเวลา รวมถึงการออกไปกินข้าวนาน ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงด้วย รู้สึกว่ามันไม่ได้อะไรเลยอ่ะนะ

 

 

ปี 2014 ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจริง ๆ ปี 2015 ก็มีอะไรที่อยากทำมากมาย และตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะพัฒนาตัวเองอย่างจริงจังในทุกด้าน เน้นเรื่องงานเป็นหลัก เอาเป็นว่าเขียนคร่าว ๆ แล้วกัน เพราะ New Year's Resolutions ของจริงเป็นความลับนะเคอะ ฮ่าาาาาาา

 

 

 

สิ่งที่อยากทำในปี 2015 :)

 

 

1. English อยากพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ คงฝึกจากซี่รี่ย์ต่าง ๆ Ted Talk แล้วก็ดูหนังนี่แหละ 

 

2. Movies ชีวิตที่อเมริกาซึ่งหนังเข้าน้อยกว่าที่ไทย แถมไปดูก็งง ๆ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะไม่มีซับ ทำให้ดูหนังน้อยลงมาก ๆ ซึ่งถ้าดูหนังน้อยเท่านี้ตอนอยู่ไทยคงจะประหยัดได้เยอะ ดังนั้นพอกลับไทยก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะดูหนังไม่เกินอาทิตย์ละ 2 เรื่อง! (นี่น้อยแล้วจริง ๆ นะ ถ้าเทียบกับที่ผ่านมา TT)

 

3. Manga ตั้งเป้าไว้ว่าจะเลิกซื้อการ์ตูนอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นรายจ่ายที่เยอะที่สุด อีกอย่างต่อให้ตามซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ ไปถึงไหนต่อไหนแระ ฮ่าาาา

 

4. Books and Audio Books จะอ่านหนังสือ และ ฟัง Audio Books ให้มากขึ้น โดยจะเน้นหนังสือพัฒนาตนเองและภาษาอังกฤษ :)

 

5. Time การมาเรียนป.โทที่อเมริกาทำให้รู้คุณค่าของเวลาอย่างแรง ต่อจากนี้ไปอะไรที่ไม่สำคัญ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นก็จะไม่เสียเวลาไปกับสิ่งนั้น ๆ เด็ดขาด เวลามีจำกัดและเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุด ต้องใช้อย่างรู้คุณค่า ปี 2015 คงหายตัวและหมกมุ่นอยู่กับการหาเงินหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา หวังว่าพ่อแม่และผองเพื่อนจะชินกับนิสัยเดี๊ยนสักทีนะฮระะะ ฮ่าาาาาาา XD

 

6. Exercise จะออกกำลังแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องหนัก เน้นสม่ำเสมอ 4-5 วันต่อสัปดาห์ วันละ 15-30 นาที

 

7. Relaxation เนื่องจากรัฐที่อยู่มีต้นไม้เยอะมาก สวนสาธารณะก็เงียบสงบ ร่มรื่น เลยรู้สึกว่าถ้าอยู่ที่ไทยจะไปเดินเล่น-วิ่งเล่นตามสวนสาธารณะ หรือ ที่ไหนก็ได้ที่ต้นไม้เยอะ ๆ เงียบ ๆ ดูบ้าง ในหมู่บ้านก็เข้าข่าย แต่ตอนอยู่ไทยก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านนี่สิ ฮ่าาาา เอาเป็นว่าถึงจะหายาก แถมอากาศก็ไม่ค่อยอำนวยเท่าไร แต่ก็จะลองดูนะ อยู่กับธรรมชาติแล้วรู้สึกมีพลัง คลายเครียดดี :)

 

8. Make Up & Skin Care จะแต่งหน้าให้น้อยลง รู้สึกว่าแต่งหน้าเยอะและนานทำให้ผิวหมองคล้ำ แถมสิวขึ้น แล้วก็จะดูแลผิวให้ดีขึ้น mask หน้าบ่อย ๆ บำรุงผิวเรื่อย ๆ จะไม่งกกับผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่ทำให้ผิวดีขึ้น แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากได้แบบถูกและดีนะ!

 

9. Sleep habit นอนให้มากขึ้น (7-8 ชั่วโมง) นอนไม่ดึก(มาก)และตื่นเช้า(กว่าเดิม) ค่อยเป็นค่อยไปเนอะ 55555555

 

10. Shopping อาจจะฟังดูแปลก แต่อยากให้ตัวเอง Shopping มากขึ้น เพราะตอนนี้อยู่ในระยะอันตราย ของจำเป็นยังแทบไม่ซื้อ อยากให้ซื้อของมากขึ้น อะไรจำเป็นก็อย่างก ถ้ามันดีจริง จำเป็นจริง ๆ คิดดีแล้วว่าคุ้ม อย่าไปเสียดายตัง ซื้อโล้ด!

 

 

เท่าที่นึกออกก็มีเท่านี้แหละ (นี่มันก็ยาวมากแล้วย่ะ!) จริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องมาตลอดอยู่แล้ว แต่บางอันก็ไม่สำเร็จสักที โดยเฉพาะเรื่องนิสัยการนอน ฮ่าาาาา ขอให้ปี 2015 ทำได้สำเร็จ 100% ทุกข้อเลยแล้วกัน เย้!

++A Busy Day++

posted on 13 Sep 2014 08:41 by mineme in Diary
วันนี้สุดยอดมาก คิวแน่นสุด ๆ เริ่มจากนัดกับ Gladys ตอนบ่ายสาม
จากนั้นไป Moon Cake Festival ที่ WVA Clubhouse กินจนอิ่ม
ก็นั่งเวิ่นเว้อเม้ามอยกับเพื่อน ๆ แต่เหมือนเราจะพูดเยอะสุด ฮ่าาา

ประมาณ 6 โมงนิด ๆ ก็ไปงาน International Friendship Program ต่อ
อาหารอร่อยมากถึงมากที่สุด กินเยอะอะเกน รู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะกินข้าวเย็นสองรอบ
แต่ช่วยไม่ได้ มันอร่อยจริง ๆ อ่ะ อยากเอากลับบ้านมาก แต่ไม่กล้าอ่ะ ฮ่าาาาาาา
 
มีโมเมนต์ฮาตอนตักเค้กด้วย เค้กมันติดกันแน่นมาก ตักไม่ได้สักที
โมเอนะเลยตักให้ พอมันหล่นใส่จาน นางกรี๊ดดังมาก เพื่อนนางก็ตีนาง
โคดฮา คนมองเต็มเลย แต่ดูนางไม่ได้แคร์ไรมากนะ ก็ตลกดี 555555
 
อ้อใช่ เพื่อนอเมริกันที่ได้ชื่อ Kristen Parsons เค้าทำงานในมหาลัยเรานี่แหละ
วันนี้นางไม่ได้มาอ่ะนะ แต่ทำงานที่นี่เดี๋ยวก็คงได้เจอกัน (เมลล์ไปหาแล้วล่ะนะ)
เม้ากระจายแน่ ๆ เพราะนางเคยมาเรียนแลกเปลี่ยนที่ไทย 1 ปีล่ะ ว้าว!!!!!!!!!

เรื่องเรียนบ้างอะไรบ้าง เรียนชิล ๆ การบ้านไม่ค่อยยากมาก แต่หลังจากนี้น่าจะยากขึ้นแล้ว
แต่งานกลุ่มโอเค เพราะเราได้กลุ่มดีมาก ๆ อ่ะ ดังนั้นเทอมนี้คงไม่มีอะไรน่าห่วงมากมั้ง
ทุกอย่างดีขึ้น ๆ ถึงขั้นเรียกว่า "สุดยอด" ได้เลยนะเนี่ย มีความสุขจัง :)

ไว้มีอะไรคืบหน้าจะมาเล่าใหม่นะจ๊ะน้องบลอค บ้ายบายยยย XD
 
12 September 2014

++Optional Practical Training (OPT)++

posted on 07 Sep 2014 07:13 by mineme in Diary
Optional Practical Training (OPT) เป็นสิทธิในการฝึกงาน/หางานทำที่อเมริกาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
โดยสามารถฝึกงานได้ 12 เดือนหลังจากเรียนจบ และต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนมาเท่านั้น
 
ตอนแรกก็สนใจนะ อยากลองสมัครดู เพราะอยากลองหางานดู ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
เหมือนอยากลองหางานที่นี่ดูเฉย ๆ แต่พอรู้ว่าค่าสมัคร $380 เปลี่ยนใจทันที แพงเกินไป!
อีกอย่างที่อเมริกาหางานยากมาก คนตกงานเยอะ แปลว่าต้องมีค่ากินอยู่ระหว่างหางานด้วย
ณ จุดนี้ก็ตัดสินแล้วล่ะว่าควรกลับไปหางานที่ไทย เพราะถ้าอยู่ต่อไม่คุ้ม เปลืองเงินเปล่า ๆ

สายงานก็ชัดเจนแล้วว่าอยากทำงานเกี่ยวกับการศึกษา ไว้ได้งานแล้วจะมาเวิ่นในนี้นะ
แอร๊ยยยยยยยยส์ ตื่นเต้นจัง พูดแล้วก็อยากอยากเรียนจบ อยากรีบหางานเดี๋ยวนี้เลย XD

มาเรื่องมหาวิทยาลัยบ้าง ช่วงนี้ก็เรียนเรื่อย ๆ เทอมนี้เรียนสนุก ชอบทั้งสองวิชาที่เรียนเลย
หนังสือ The Cultural Code ที่ประกอบวิชา Media and Culture สนุกมาก
อ่านแล้วเปิดโลกทัศน์สุด ๆ วัฒนธรรมต่างกันก็มองอะไรต่างกัน ส่วนในห้องก็เน้นพูดคุย วิเคราะห์สื่อ :)

อีกวิชาหนึ่งคือ Interactive Media ให้คิด App แบบคร่าว ๆ ไม่ต้องสร้าง App จริง ๆ
กลุ่มเราก็ทำ St. Louis Zoo เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดังและฟรีใน St. Louis :)
คิดว่าเทอมนี้เป็นเทอมที่เรียนสนุกที่สุด ชอบที่สุด ขอให้ทุก ๆ เทอมเป็นแบบนี้ไปจนเรียนจบเลยนะ เย้ ๆ

06 September 2014

++Last year has just started++

posted on 28 Aug 2014 12:19 by mineme in Diary
อีก 9 เดือนก็จะเรียนจบแล้ว นี่ผ่านมาปีกว่าแล้วหรอเนี่ย ไวเนอะ!
พอเปิดเทอม Fall 1 มานี่จัดหนักมาก ร่วมทุกกิจกรรมที่จัด
International Friendship Program ก็สมัคร ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงอ่ะนะ
มี Workshop มีอะไรก็เข้าร่วมหมด ยิ่งอันไหนมีข้าวฟรีนี่ไม่มีพลาดอ่ะ
อารมณ์ว่าโค้งสุดท้าย มีกิจกรรมอะไรต้องรีบตักตวงให้สุด ฮ่าาาาา

สมัครงาน Part-time ในมหาวิทยาลัยไปด้วย ไม่รู้จะได้ไหม งานที่แล้วก็วืดไปแระ
ถ้าได้ก็ดี มีโอกาสได้ทำงานในรั้วมหาลัยบ้างอะไรบ้าง แต่ก็กลัวเรียนไม่ไหวเหมือนกัน
ดังนั้นถ้าไม่ได้ก็ดีเช่นกัน จะได้เรียนอย่างเดียว ไม่เวิ่นเว้อ XD

ตอนนี้เป้าหมายชีวิตชัดเจนสุด ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีความสุขมาก :D
อยากเรียนจบมาก ๆ แล้ว อยากสมัครงาน อยากเริ่มงาน ณ จุดนี้ เดี๋ยวนี้!
กว่าจะมาถึงวันนี้ ที่ผ่านมารู้สึกว่าทุกจังหวะของชีวิตมีปัญหาก็จริง
แต่สุดท้ายมันจบสวยงามกว่าที่คิดตลอดเลย แสดงว่าเราโชคดีสินะ สินะ
เอาเถอะ โค้งสุดท้ายแล้ว ทำให้ดีที่สุดแล้วกันเนอะ เดี๋ยวก็ได้งานที่ชอบ อิอิ

27 August 2014

++1-6 AUG 2014: New York Trip++

posted on 08 Aug 2014 04:29 by mineme in Diary
01 August 2014
ตื่นแต่เช้าในรอบหลายปีไปขึ้นเครื่อง หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดเวลาเพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ พอมาถึง LaGuardia Airport (LGA) ตอนแรกกะจะเช่ารถ แต่พอเห็นราคาแล้วไซร้ นั่ง Subway ดีกว่า จากนั้นก็นั่ง Taxi ไป Check-in ที่โรงแรม ซึ่งสถานที่ตั้งเริ่ดมาก เดินจากโรงแรมไป Subway ประมาณ 5 นาทีเอง แถมเป็นสถานีต้นสายด้วย ไม่ต้องกังวลเรื่องที่นั่ง พอจัดแจงเก็บข้าวของเสร็จก็กินซาลาเปา (เสี่ยวหลงเปาและอื่น ๆ) แถว ๆ โรงแรม อ้อ ลืมบอกไป โซนนั้นเป็น China Town อ่ะนะ มีแต่คนจีนจนนึกว่ามาผิดเมืองรึเปล่า 55555

พอท้องอิ่มก็ได้เวลาตะลุย NY นั่ง subway ไป Time Sqaure ละลานตามาก มีแต่ตึกใหญ่ ๆ สวย ๆ ไหนจะจอทีวีไซส์บิ๊ก ชอบบรรยากาศวุ่นวาย ๆ แบบนี้มาก ชอบเมืองใหญ่ ๆ ไม่ชอบเมืองเงียบ ๆ น่ะนะ เดินเล่นสักพักก็เจอ St.Patrick's Cathedral ถึงเข้าไปดูได้แต่กำลังซ่อมแซมอยู่เลยไม่ได้ถ่ายรูปด้านนอกมา เดินวนไปวนมาแถวนั้นจนชักจะหิว เลยไป China Town ซะหน่อย แต่พอเดินจริง ๆ ไม่เหมือน China Town เลยอ่ะ แถว ๆ โรงแรมยังเหมือนกว่าอีก สุดท้ายกินอาหาร Italian ซะงั้นอ่ะ ก็แหม อยากลองอะไรที่ไม่เคยกินนี่นา

พอกินเสร็จ ก็ช็อคกับค่าอาหารและภาษีเบา ๆ แต่ก็ทำใจไว้แล้วแหละว่าทุกอย่างใน NY จะแพงเว่อร์ ตอนกินเสร็จก็มืดมากแล้ว แต่ยังไม่อยากกลับหอเลยไป Soho ต่อ ซึ่งก็อย่างที่บอกว่ามืดแล้ว ร้านรวงเลยปิดกันหมด มาทำไมเนี่ย? 5555 หลังจากเดินจนพอใจ (และแน่ใจว่าปิดหมดเกลี้ยงไม่เหลืออะไรให้เดินดู) ก็นั่ง Subway กลับโรงแรม จบแล้ววันแรก in NY :)

02 August 2014
ตื่นเช้าเพื่อมากินข้าวเช้าฟรีในโรงแรม อาหารก็เฉย ๆ อ่ะ ไม่ได้อร่อยไม่ได้แย่ จากนั้นก็นั่ง Subway ไป Grand Central Station สวยมาก ใหญ่มาก คนเยอะไปหมด แต่ที่ฮาสุดคือด้านบนเป็น Apple Store! ก็เข้าใจนะว่าคนเยอะมาก ทำเลเหมาะสม แต่มันไม่เข้ากันเลยอ่ะ ฮ่าาาาาาา

จากนั้นก็เดินไป New York Public Library สวยงามอลังการ แต่คาดว่าคนเยอะขนาดนี้คงอ่านหนังสือที่นี่ไม่รู้เรื่องแน่ ๆ อ่ะ เริ่มหิวแล้ว เช็คใน Yelp เห็นว่าร้านราเมนชื่อ Totto Ramen ดังมาก แต่อาจจะต้องรอเป็นชั่วโมงถึงจะได้กิน แต่แหม อยากกินอ่ะ ต้องลอง! ก็นะรอไปเกือบชั่วโมงได้ แต่อร่อยคุ้มค่ามาก พูดแล้วก็อยากกินอีก T_T

พออิ่มก็ได้เวลาตะลุย Museum of Modern Art (MOMA) ภาพวาดสวย ๆ ดัง ๆ เยอะมากทีเดียว ถ่ายรูปซะไอโฟนแทบพัง เดินดูกี่ชั่วโมงก็จำไม่ได้ แต่ดูจนครบทุกภาพ(และชิ